ห่วง! สัญญาณหนี้เสียจะพีค ไตรมาส 3 หลัง Gen Y เพิ่มค้างชำระหนี้อีก 2.9 แสนล้าน

หนี้เสีย Gen Y

เครดิตบูโรเผยกลุ่ม GenY ยังก่อหนี้เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อและ เป็นหนี้ที่มีปัญหาการค้างชำระรวมกันกว่า 2.9 แสนล้านบาท ขณะที่ สัญญาณเอ็นพีแอล ยังเพิ่มขึ้น คาดไปพีคในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ห่วงเอ็นพีแอลสินเชื่อบ้านพุ่ง ด้านแบงก์ยังไม่วางใจเช็คสถานะลูกหนี้เก่าบ่อยขึ้นคาดปีนี้มากกว่า 50 ล้านครั้ง

 

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยในปี 2560  ที่เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส มาอยู่ที่ระดับ 77.5% สะท้อนการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y หรือประชากรที่เกิดระหว่างปี 2523-2543 หรืออายุระหว่าง 20-37 ปี ยังก่อหนี้ เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ ขณะที่เอ็นพีแอล ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สถาบันการเงินจึงเช็คข้อสถานะลูกหนี้ผ่านข้อมูลของเครดิตถี่ขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง

Heavy debt

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า จากข้อมูลหนี้ครัวเรือนปี 2560 พบว่า กลุ่ม Gen Y  มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้น แทบทุกประเภทของสินเชื่อ และยังเป็น กลุ่มที่มีหนี้ที่มีปัญหาสูง เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวมกันสูงถึง 2.9 แสนล้านบาท

 

หากแยกเป็นประเภทสินเชื่อในแต่ละกลุ่มพบว่า

1 สินเชื่อบ้าน มีจำนวนบัญชีเปิดใหม่ 3.59 แสนบัญชี กลุ่ม Gen Y มีสัดส่วนสูงถึง 53% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีสัดส่วน 50% ของจำนวนบัญชีเปิดใหม่ และเป็นบัญชีที่มีปัญหาค้างชำระ รวมเอ็นพีแอล 7 หมื่นบัญชี คิดเป็นมูลหนี้กว่า 8 หมื่นล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าเจนเอ็กซ์ Gen X (อายุ 38-52 ปี) มีจำนวนบัญชีที่มีปัญหากว่า 1.1 แสนบัญชี มูลหนี้ 1.1 แสนล้านบาท

 

2 สินเชื่อรถยนต์มีจำนวนบัญชีเปิดใหม่ 1.3 ล้านบัญชี เป็นการก่อหนี้ของกลุ่ม Gen Y 47% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่กลุ่ม Gen Y มีสัดส่วน 44% ของจำนวนบัญชีเปิดใหม่ เป็นบัญชีที่มีปัญหามากกว่า 4 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ มากกว่า 1.1 แสนล้านบาท สำหรับสัดส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่อรถยนต์ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6.3% ลดลงเล็กน้อยจาก ปีก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 6.6%

CreditDebt

3 สินเชื่อบัตรเครดิต มีจำนวนบัญชีเปิดใหม่ 1.75 ล้านบัญชี เป็นบัญชีของกลุ่ม Gen Y 56% เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีสัดส่วน 53% ของจำนวนบัญชีเปิดใหม่ทั้งหมดเป็นบัญชีที่มีปัญหาเกือบ 5 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ กว่า 2 หมื่นล้านบาท มีสัดส่วน เอ็นพีแอลอยู่ที่ 13.9% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ 13.2%

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ – April 04, 2018

เครดิตภาพ: IT Weapons

Investing Street

Leave a Reply

%d bloggers like this: