ถ้าจุดเข้าเทพ ทุกอย่างจะดีเอง

มีคนเคยบอกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเทรด หรือลงทุนในสินทัพย์ใด ๆ ก็ตาม คือ จุดเข้า ถ้า “จุดเข้าเทพ ทุกอย่างจะดี” ตอนแรกแอดมินได้ฟังก็รู้สึก แปลกใจ แล้วก็มาลองคิดดูว่า เห้ยย!! จริงของเขา ถ้าจุดเข้าเราดี ระยะที่เราออก เราจะออกตอนกำไรตรงไหนก็ได้ จะกำไรมากหรือน้อยก็คือกำไร แต่ถ้าจุดเข้าของเราไม่ดี มันจะลากให้เราขาดทุน .. สรุปแล้ว จุดเข้าดี ชีวิตดี แต่การหาจุดเข้าให้ดี ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

เทรด Forex 1

มันแปลว่า เราต้องโฟกัสที่จุดเข้า ใช่ไหม ?

ใช่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้น หรือค่าเงิน ก่อนการตัดสินใจเข้าไปเทรดหรือลงทุน เราต้องพิจารณาให้ดีว่าจุดที่เราจะเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การเปิด Long หรือ Short มันใช่จุดที่คุ้มค่าแล้วรึยัง

 

บางคนมีปัญหา รู้ว่าเป็นเทรนด์ลง แต่ใจร้อน รีบเข้า Short ก็เลยโดนลากขาดทุนตอนมันเด้งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน ก่อนที่จะวกกลับลงมาตามเทรนด์อีกที ซึ่งตรงนี้ทำให้เราเสียโอกาส เสียกระสุนเทรดไป สุดท้ายก็ปิดกำไรนะ เพียงแต่จะโดนลากให้ใจเสียไปก่อน

 

แล้วจะทำยังไง ให้จุดเข้าของเรา เป็นจุดที่ได้เปรียบจริง ๆ

บางคนเทรดมานาน เชี่ยวชาญการดูกราฟ ดูโซนราคา ก็พอจะกะโซนพฤติกรรมราคาได้ แต่ถ้าเรายังไม่ชำนาญ และไม่แน่ใจความคิดตัวเองว่ามันจะ Bias ไหม เราก็อาจจะใช้ Check List ขึ้นมาช่วย แล้วตั้งกฎกับตัวเองว่า ถ้าทำการบ้านไม่เสร็จ จะยังไม่เข้าไปเทรด

เทรด Forex 2

ไม่ประมาท แม้ว่าจะทำการบ้านมาดีมาก เข้าตรงจุดที่คิดว่าได้เปรียบแล้ว สิ่งที่สำคัญ คือ การเผื่อใจ ในกรณีที่ผิดพลาด .. ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เรามองไว้ ทางแก้ไขสำรอง คือ อะไร บางคนอาจจะใช้การเทรดค่าเงินอื่น เพื่อหากำไรมาทดแทนไม้ที่ผิดพลาด บางคนอาจจะเน้นเก็บ Cash Flow สั้น ๆ เข้ามาในพอร์ต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ Overtrade เพราะการที่เราเทรดเกินตัว จะทำให้เราแก้ไขความผิดพลาดได้ยาก และมันจะบีบให้เราต้องคัทลอส ล้างพอร์ต หรือไม่ก็โดน Force Sell ไปซะก่อน

เทรด Forex 3

เอาเป็นว่า ใครที่ไม่เคยทำการบ้านก่อนเทรด หรือหลุด วู่วามเทรดแบบลืมตัว ตอนนี้ต้องมาท่องคาถาไว้ในใจสักหน่อยแล้วว่า “จุดเข้าเทพ แล้วทุกอย่างจะดีเอง” ป่ะ เราไปทำการบ้าน วางแผนใหม่กัน ^^

เฟดมองว่า เหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้

นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกแสดงความพอใจต่อสภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯและต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้ 3-4ครั้งปีนี้

us 10-year bond yield
us 10-year bond yield

ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ โดยหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,300 เหรียญลงมา ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่

-Empire State Manufacturing Index ออกมาดีขึ้นกว่าที่คาดแตะระดับ 20.1จุด

-อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 ปี ที่ 3.095%

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นมาที่ 2% เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014

-ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นอีกครั้งจากระดับ 92.4 จุด เช้านี้อยู่ที่ระดับ 93.25 จุด และค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32.00 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง โดยอ่อนค่ามาถึง32.13 บาท/ดอลลาร์

Global Bond Yields
Global Bond Yields

ขอบคุณข้อมูลจาก Local Press Release (Th/Eng) และ Bloomberg– May 16, 2018

อวสานหุ้นชาเขียว Top Loser กำไรหด อนาคตไม่สดใส

วันนี้ต้องยอมรับว่าความแรงของการร่วง ในหุ้นกลุ่มชาเขียว ค่อนข้างหนักมาก หนักจนมาติด Top Loser ของตลาด

อวสานหุ้นชาเขียว 1
อวสานหุ้นชาเขียว 1

ICHI หรือหุ้น อิชิตัน ติดอันดับ 2

OISHI หรือ หุ้นโออิชิ ติดอันดับ 10

 

เรียกได้ว่าเจ็บหนักไปตาม ๆ กัน เรามาไล่ดูที่โออิชิกันก่อน แม้ว่าจะครองส่วนแบ่งการตลาดได้มาก แต่งบไตรมาส 2/2561 ออกมา ไม่สวยเท่าที่คิด เพราะ กำไรสุทธิลดลงมากถึง 41.6% คิดเป็นเงิน 173 ล้านบาท

อวสานหุ้นชาเขียว 2

ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

 

หลายคนอาจจะงง ทำไมตัวเลขเขียนไตรมาส 2 เพราะว่าปีที่แล้ว บริษัทเปลี่ยนเกณฑ์ระยะเวลาใหม่ ก็เลยทำให้เป็นไตรมาส 2

อวสานหุ้นชาเขียว 3
ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

 

ส่วนรายได้ ก็ลดลงชัดเจน โดยมีสาเหตุหลักมาจากตลาดชาเขียว

มาดูทางฝั่ง อิชิตันบ้าง

อวสานหุ้นชาเขียว 4

รายได้ก็ลดลง 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และให้เหตุผลเดียวกัน ว่าตลาดชาในประเทศไม่ดี แถมได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาลด้วย

อวสานหุ้นชาเขียว 5
ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

 

และเมื่อพิจารณากำไรสุทธิ จะเห็นได้ว่าลดลงไปสูงมากถึง 47.3%

อวสานหุ้นชาเขียว 6
ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

สรุปงบออกมา ตลาดเครื่องดื่มชา ต่างก็รับผลกำไรสุทธิที่ลดลงในระดับ 40% ทั้งสองตัว ดูแล้ว นี่เป็นปีที่ท้าทายมาก การเปลี่ยนแปลงในตลาดชาเขียว เรียกได้ว่า out หรือหมดยุคไปพอสมควร เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน

Global End of Easy Money หมดยุคหาเงินง่ายจากตลาดหุ้น

ช่วงนี้ใคร ๆ ก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ตลาดหุ้น เทรดกำไรยากขึ้น ผันผวนมากขึ้น และยิ่งเป็นช่วงงบการเงินออกมาแบบนี้ ราคายิ่งเหวี่ยงรุนแรงจนเราเริ่มรู้สึกว่า ตลาดมันไม่เหมือนเดิม นอกจาก Robot แล้ว ก็มีเม็ดเงินต่างชาติที่เทขายตลาดหุ้นไทยในปีนี้อย่างต่อเนื่อง

 

งบที่ออกมาในไตรมาส 1/2561 หลายตัว แม้จะกำไรดี แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งลงสวนทาง ส่วนตัวที่งบแย่ ก็ไม่ต้องพูดถึงเลย

Profit Boost
ที่มา- Bloomberg

 

ที่ผ่านมา การทำ QE และการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้หลายบริษัทได้รับอานิสงค์ จากต้นทุนเงินกู้ที่ถูกลง ทำให้หลายบริษัทกู้เงิน ขยายกิจการ และกอบโกยผลกำไรกลับเข้ามาได้มากมาย ถ้าดูตัวอย่างในกราฟ Profit Boost เราจะเห็นความสัมพันธ์ชัดเจนมาก ว่าตลาดหุ้น S&P500 ของสหรัฐ มีอัตรากำไรต่อหุ้นสูงเมื่อต้นทุนดอกเบี้ยที่คิดเป็น %ของยอดขาย ลดต่ำลง

 

สำหรับหุ้นไทย การดีดตัวขึ้นมาของดัชนี เกิดขึ้นเฉพาะการดีดตัวขึ้นมาของหุ้นบางกลุ่มเท่านั้น

 

แล้วเราจะทำอย่างไรในยุคที่การหาเงินจากตลาดหุ้น มันเริ่มทำได้ยากขึ้น

ยุคนี้เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ข่าวสารที่วิ่งเข้ามาหาเรา มีมากเกินไป และมีสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องรู้อยู่มาก ถ้าเราเป็นนักลงทุนที่อ่านงบการเงิน เราอาจจะไม่สนใจข่าวมากนัก เพราะ ข่าวสามารถเกิดขึ้นหลายแบบ

1 เกิดจากการเรียก traffic ของสำนักข่าวหรือเว็บนั้น

2 เกิดขึ้นเพราะมันสำคัญจริง ๆ จึงต้องเผนแพร่ให้คนรู้

3 เกิดขึ้น เพราะมีคนซื้อข่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของบริษัท/เพื่อการโฆษณา เป็นต้น

ข่าวสาร

ฉะนั้นแล้ว ทางออกคือ เราควรเลือกศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่จำเป็นต้องศึกษา เช่น รายงานการประชุม รายงานผลการดำเนินงานแต่ละไตรมาส ข้อมูลจากนักลงทุนสัมพันธ์ หรือติดต่อกับผู้แนะนำการลงทุน (มาร์) และนักวิเคราะห์ที่ท่านรู้จักโดยตรง หากมาร์ปัจจุบันไม่สามารถช่วยเหลือ หรือตอบคำถามของเราได้ หรือไม่เคยสนใจ ติดตามการลงทุน หรือมาพูดคุยกับเราเลย อันนี้เราก็ควรต้องพิจารณาแล้วว่า เราจะเปลี่ยนมาร์ หรือเปลี่ยนโบรกดี

 

เมื่อเงินหายากขึ้น เก็งกำไร หรือเลือกลงทุนได้ยากขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องหาผู้ช่วย ที่สามารถช่วยเหลือเราได้จริง ๆ

 

 

เพราะคิดว่าเงินน้อย ก็เลยยอมล้างพอร์ตได้ !! ใครเคยคิด เคยทำแบบนี้ .. ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว

มีมือใหม่หลายคนเคยเข้ามาลองเทรดฟอเร็กซ์ (Forex) โดยเริ่มจากเงินน้อย ๆ แล้วคิดว่า ถ้ามันเสียไปทั้งหมดก็ไม่เป็นไร ส่วนใหญ่ ตอนเริ่มต้น มักจะใส่เงินมาประมาณ 3 พันกว่าบาท หรือใส่มาแถว ๆ 100 USD

 

หลังจากนั้นก็จะเริ่มเทรด เทรดแบบ ไม่ได้ทำการบ้านมา เทรดแบบปล่อยให้อารมณ์ครอบงำ และพอเริ่มเสีย ก็อัด lot ใหญ่ overtrade เข้าไป ด้วยความโลภอยากได้กำไรคืนมาเร็ว ๆ และก็ยังคิดต่อว่า ถ้าเสียก็ช่างมัน เงินไม่เยอะ สุดท้ายก็เลยยอมล้างพอร์ต

 

ใครที่เคยคิด และเคยทำแบบนี้ แล้วบังเอิญว่าอ่านมาจนถึงตอนนี้ ต้องปรับปรุงด่วน !!

 

เพราะว่ามันเป็นเมล็ดความคิด ที่ปลูกฝังการไร้วินัย ความมักง่าย และมันจะพาให้เราล้างพอร์ต ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะเราสร้างเหตุผลผิด ๆ ในการเสียเงินมารองรับ และถ้าทำบ่อย ๆ เข้าก็จะติดเป็นนิสัย จากเสียเงินน้อย ก็จะสะสม กลายเป็นเสียเงินมาก

Forex

เมื่อไหร่ที่คิดว่าตัวเองกำลังโลภ อยากเอาคืน ต้องฝึกให้หยุด ตั้งสติใหม่ แล้วกลับไปตั้งค่าบัญชีใหม่ กำหนด leverage ไม่เกิน 1:50 ก็พอแล้ว จากนั้นกลับมาคิดใหม่ว่า เงิน 3 พันกว่าบาทก็มีค่านะ และเราค่อย ๆ ปั้นให้มันโตได้ พยายามรักษามันให้ดีที่สุด เราต้องพยายามบริหารความเสี่ยง

 

การจัดการเงินหน้าตักให้ดี หรือบริการ MM (Money Management) เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้เทรดเดอร์ ยังอยู่รอดได้ในตลาด Forex

money

มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะเทรดถูกทางทุกครั้ง แต่เทคนิคที่จะทำให้เราไม่ล้างพอร์ต ไม่เจ๊ง และไม่ต้องมาเจ็บปวดด้วยเรื่องแบบนี้ มีทางเดียว คือ เปลี่ยนวิธีคิดใหม่ .. จำไว้ว่า เงินน้อยก็มากได้ ถ้าบริหารดี ๆ และที่สำคัญ ต้องมี Mindset ว่า จะไม่ยอมเสียมันไปแบบโง่ ๆ เพราะความโลภ ถ้าจะผิดพลาด ก็ต้องรู้ว่า เราผิดเพราะทำการบ้านมาไม่ดีพอ หรือเพราะมีบางเหตุการณ์ที่ทำให้ทิศทางผันผวนรุนแรง เกินที่เราคาดการณ์ไว้ สมมติเช่น อยู่ดี ๆ ก็มีสงครามในประเทศตะวันออก แล้วทำให้ราคาทองคำผันผวนหนักมาก เป็นต้น

 

เงิน 3 พันกว่าบาท ก็คือเงินนะ รักษามันไว้ให้ดี อย่ายอมเสียมันไปง่าย ๆ อีกล่ะ แต่ถ้าจะต้องเสียไป ก็ขอให้ได้บทเรียนที่คุ้มค่ามาจริง ๆ

 

แอดมินขอเป็นกำลังใจให้เทรดเดอร์ที่มีความมุ่งมั่น และพยายามพัฒนาความรู้ในการเทรดทุกคนนะคะ

USD/JPY อ่อนตัวต่ำสุดในรอบสัปดาห์ หลังจากผล Non-Farm Payrolls (NFP) เพิ่มน้อยกว่าคาด

ค่าเงินดอลาร์สหรัฐ/เงินเยน (USDJPY) อ่อนตัวต่ำสุดในรอบสัปดาห์ (108.65) หลังจากการรายงานตัวเลข Non-Farm Payrolls (NFP) หรือตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเมื่อวานนี้เพิ่มขึนน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนเม.ย. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 164,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 192,000 ตำแหน่ง

range currency

ส่วนอัตราการว่างงานต่ำสุดรอบ 18 ปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.15% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.2%

target rate

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในปี 2018 มีโอกาส 45.1% ที่ดอกเบี้ยจะไปอยู่ที่ระดับ 2.00 – 2.25%

UJ May 5 2018

สำหรับกราฟ USDJPY ที่คุณ David Song , Currency Analyst ของ Dailyfx ได้วิเคราะห์ไว้ในกราฟแบบรายวัน เขามองว่า ยังขาด momentum ที่จะขึ่นไปที่ 109.40 (50% retracement) ถึง 110.00 (78.6% expansion)

ในขณะเดียวกัน ถ้าราคาหลุด 108.30 (61.8% retracement) ถึง 108.40 (100% expansion) ก็จะถือว่าเป็นการเปิด downside และมีโอกาสลงไปทดสอบ แถว ๆ 106.70 (38.2% retracement) ถึง 107.20 (61.8% retracement).

ขอบคุณข้อมูลจาก: Bank of Thailand Scholarship Students และ Daily FX – May 5, 2018

บาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1-2 เดือนแล้ว หลัง ‘บอนด์ยิวด์’ สหรัฐพุ่ง

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องทำสถิติใหม่ที่ระดับ 31.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในรอบ 1 เดือน หลังจากที่ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแรงทำนิวโฮ มาอยู่ที่ 2.97% ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า มันเป็นตัวสะท้อน ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และนั่นอาจจะทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้

GDP US Q1 2018

และเมื่อวันศุกร์ ที่ 27 เม.ย. 2561 ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ GDP ของสหรัฐ ไตรมาส 1เติบโตถึง 2.3% (สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่มองไว้ว่าจะโต 2.0%)

สำหรับ “แบงก์ชาติ” ของไทยเอง ก็คลายกังวล เรื่องเงินไหลเข้า โดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เริ่มเห็นการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทย บ้างแล้ว แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวล เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น อยู่แล้ว หลังธนาคารกลางประเทศอุตสาหกรรมหลักได้ปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ธปท 02

แม้ว่า “นักลงทุนต่างประเทศจะขายพันธบัตรต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่ต้องตกใจ หรือกังวล เพราะอยู่ในสภาวะที่คาดการณ์ ว่าจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้กระทบต่อภาพรวม การระดมทุน หรือต้นทุนการเงินของประเทศ”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  กรุงเทพธุรกิจ และ Bloomberg

ทิศทางตลาดหุ้น S&P 500 ก่อนประชุม FOMC

สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าการประชุม ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่นักลงทุน และเทรดเดอร์จับตามอง คือ ผลการประชุม และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ

 

สำหรับตลาดหุ้น S&P 500

แม้ว่าจะได้รับปัจจัยสนับสนุนอย่าง ผลกำไรของบริษัท Amazon และ Facebook แต่นั่นไม่ได้ทำให้ดัชนี ดีดพุ่งขึ้นไป แถมยังทำแท่งเทียนปิด เป็น Doji และกรอบการเคลื่อนไหวของราคาก็แคบลงเรื่อย ๆ

SP-500 Apr 2018
SP-500 Apr 2018

ในมุมของนักวิเคราะห์

นักวิเคราะห์คาดว่า ผลกำไรของดัชนี S&P500 ในปีนี้ จะมีอัตราการเติบโตถึง 18% และตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ S&P500 ปรับตัวลงมาซื้อขาย ในระดับ Forward P/E 16.1 เท่า ซึ่งทาง TISCO ESU มองว่าเป็นระดับที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐ กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง

 

อย่าไรก็ตาม หากย้อนดูสถิติ การลงทุนแบบ buy the dip strategy คือ ย่อมาแล้วก็เข้าซื้อ ผลปรากฎว่า คนที่ทำแบบนั้น จะได้รับผลขาดทุนไปเล็กน้อย แม้ว่าเทรนใหญ่หลักจะยังคงเป็นขาขึ้น แต่การเจอภาพ Sideway ในกรอบแคบเช่นนี้ บวกกับความผันผวนที่มากขึ้น ทำให้นักทุน ต้องระมัดระวัง

SP-500 H4
SP-500 H4

สำหรับแนวรับ แนวต้าน 4 ชม.

แนวรับ 2662

แนวต้านแรก 2703 (retest ของ ฟิโบ 50% )

 

ขอขอบคุณข้อมูล และความเห็นจาก  James Stanley , Currency Strategist และ  ทีม Wealth Manager โดย Tisco Wealth

Sentiment ค่าเงินปอนด์อ่อนค่า หลังเงินเฟ้อของอังกฤษยังชะลอตัว

BoE ธนาคารกลางอังกฤษ

ในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI YoY) ของอังกฤษ อยู่ที่ระดับ 2.5% น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.7%

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษยังส่งสัญญาณชะลอตัว โดยปรับขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ +0.3%

นั่นทำให้สามรถคาดเดาได้ว่า เดือนหน้าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) น่าจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินปอนด์

 

เมื่อมาดูข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดของเรดเดอร์และนักลงทุน ตอนนี้เทรดเดอร์รายย่อย 56.3% ถือสถานะ net-long และสถานะ long ในสัปดาห์นี้ น้อยกว่าสัปดาห์ก่อนประมาณ 5.7% ข้อมูลนี้ เป็นการรวบรวมจากคุณ  Dylan Jusino และเขาได้มองว่า เมื่อรายย่อยสวนใหญ่เปิด net-long ในคู่เงิน GBPUSD แล้ว ราคาน่าจะไปในทางตรงข้ามกันรายย่อย คือ ค่าเงินปอนด์ควรจะอ่อนค่าลง

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และ dailyfx.com

เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ BoJ จะบรรลุใน 5 ปี จากการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ฮารุฮิโกะ คูโรดะ กล่าวว่าต้องใช้เวลา 5 ปีถึงจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ทั้งนี้ ยังย้ำถึงนโยบายการเงินของญี่ปุ่นยังจำเป็นต้องอยู่ในลักษณะที่ผ่อนคลายมากต่อไป จนกว่าสภาพเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจจะปรับขึ้นไปสูง

BOJ-logo

ปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำ ญี่ปุ่นรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคที่ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง ครึ่งเปอร์เซ็นต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

 

นั่นหมายความว่า สภาพคล่องที่อัดฉีดในครั้งนี้ ไม่มีวีแววว่าจะสิ้นสุดลงไปได้เลย จึงเป็นเหตุผลให้ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงมากที่สุดในบรรดาเงินสกุลหลักของโลก

 

อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.zerohedge.com/news/2018-04-23/japan-expects-hit-2-inflation-5-years-aggressive-easing-will-continue

เครดิตภาพ Transmissions