ปาดเหงื่อ ค่าไฟอาจจะพุ่ง ราคา LPG พุ่งทะลุเพดาน ถัง 15 กก. ราคาเกือบ 400 บาทแล้ว

เมื่อวานนี้นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. ออกมาเตือนประชาชนให้เร่งประหยัดพลังงานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นมาอยู่ระดับเกือบ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลนั้น จะสะท้อนไปยังต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือเอฟทีที่จะปรับเพิ่มขึ้นตามใน 6 เดือนข้างหน้า หรือราวเดือน พ.ย.61 นี้

ค่าไฟแพง 1

อย่างไรก็ตาม ค่าไฟฟ้าจริงจะปรับขึ้นหรือไม่ขึ้นกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งอาจจะมีการเกลี่ยต้นทุนต่างๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าในปีนี้อาจจะไม่ปรับขึ้นก็ได้

 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (22 พ.ค.) ราคาก๊าซหุงต้มจะขยับขึ้นอีก โดยรายใหญ่ คือ บมจ.ปตท.แจ้งคู่ค้าราคา LPG ภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ปรับเพิ่มขึ้น 1.5485 บาท/กก. (รวม VAT) มีผลตั้งแต่ วันที่ 22 พ.ค.61 เวลา 00.01 น.ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซฯ ถังขนาด 15 กก.ปรับขึ้นประมาณ 23 บาทต่อถัง จากราคาที่ประกาศสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 372 บาท/ถัง

ฉะนั้น ตอนนี้ราคาเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 395 บาท/ถังแล้ว สำหรับถังขนาด 15 กก.

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก – เว็บไซต์แนวหน้า (Th)

เฟดมองว่า เหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้

นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกแสดงความพอใจต่อสภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯและต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้ 3-4ครั้งปีนี้

us 10-year bond yield
us 10-year bond yield

ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ โดยหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,300 เหรียญลงมา ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่

-Empire State Manufacturing Index ออกมาดีขึ้นกว่าที่คาดแตะระดับ 20.1จุด

-อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 ปี ที่ 3.095%

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นมาที่ 2% เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014

-ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นอีกครั้งจากระดับ 92.4 จุด เช้านี้อยู่ที่ระดับ 93.25 จุด และค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32.00 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง โดยอ่อนค่ามาถึง32.13 บาท/ดอลลาร์

Global Bond Yields
Global Bond Yields

ขอบคุณข้อมูลจาก Local Press Release (Th/Eng) และ Bloomberg– May 16, 2018

อวสานหุ้นชาเขียว Top Loser กำไรหด อนาคตไม่สดใส

วันนี้ต้องยอมรับว่าความแรงของการร่วง ในหุ้นกลุ่มชาเขียว ค่อนข้างหนักมาก หนักจนมาติด Top Loser ของตลาด

อวสานหุ้นชาเขียว 1
อวสานหุ้นชาเขียว 1

ICHI หรือหุ้น อิชิตัน ติดอันดับ 2

OISHI หรือ หุ้นโออิชิ ติดอันดับ 10

 

เรียกได้ว่าเจ็บหนักไปตาม ๆ กัน เรามาไล่ดูที่โออิชิกันก่อน แม้ว่าจะครองส่วนแบ่งการตลาดได้มาก แต่งบไตรมาส 2/2561 ออกมา ไม่สวยเท่าที่คิด เพราะ กำไรสุทธิลดลงมากถึง 41.6% คิดเป็นเงิน 173 ล้านบาท

อวสานหุ้นชาเขียว 2

ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

 

หลายคนอาจจะงง ทำไมตัวเลขเขียนไตรมาส 2 เพราะว่าปีที่แล้ว บริษัทเปลี่ยนเกณฑ์ระยะเวลาใหม่ ก็เลยทำให้เป็นไตรมาส 2

อวสานหุ้นชาเขียว 3
ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

 

ส่วนรายได้ ก็ลดลงชัดเจน โดยมีสาเหตุหลักมาจากตลาดชาเขียว

มาดูทางฝั่ง อิชิตันบ้าง

อวสานหุ้นชาเขียว 4

รายได้ก็ลดลง 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และให้เหตุผลเดียวกัน ว่าตลาดชาในประเทศไม่ดี แถมได้รับผลกระทบจากภาษีน้ำตาลด้วย

อวสานหุ้นชาเขียว 5
ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

 

และเมื่อพิจารณากำไรสุทธิ จะเห็นได้ว่าลดลงไปสูงมากถึง 47.3%

อวสานหุ้นชาเขียว 6
ที่มา: เอกสารชี้แจงผลการดำเนินงานของ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) – วันที่ 14 พ.ค. 2561

สรุปงบออกมา ตลาดเครื่องดื่มชา ต่างก็รับผลกำไรสุทธิที่ลดลงในระดับ 40% ทั้งสองตัว ดูแล้ว นี่เป็นปีที่ท้าทายมาก การเปลี่ยนแปลงในตลาดชาเขียว เรียกได้ว่า out หรือหมดยุคไปพอสมควร เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน

Global End of Easy Money หมดยุคหาเงินง่ายจากตลาดหุ้น

ช่วงนี้ใคร ๆ ก็บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ตลาดหุ้น เทรดกำไรยากขึ้น ผันผวนมากขึ้น และยิ่งเป็นช่วงงบการเงินออกมาแบบนี้ ราคายิ่งเหวี่ยงรุนแรงจนเราเริ่มรู้สึกว่า ตลาดมันไม่เหมือนเดิม นอกจาก Robot แล้ว ก็มีเม็ดเงินต่างชาติที่เทขายตลาดหุ้นไทยในปีนี้อย่างต่อเนื่อง

 

งบที่ออกมาในไตรมาส 1/2561 หลายตัว แม้จะกำไรดี แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งลงสวนทาง ส่วนตัวที่งบแย่ ก็ไม่ต้องพูดถึงเลย

Profit Boost
ที่มา- Bloomberg

 

ที่ผ่านมา การทำ QE และการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้หลายบริษัทได้รับอานิสงค์ จากต้นทุนเงินกู้ที่ถูกลง ทำให้หลายบริษัทกู้เงิน ขยายกิจการ และกอบโกยผลกำไรกลับเข้ามาได้มากมาย ถ้าดูตัวอย่างในกราฟ Profit Boost เราจะเห็นความสัมพันธ์ชัดเจนมาก ว่าตลาดหุ้น S&P500 ของสหรัฐ มีอัตรากำไรต่อหุ้นสูงเมื่อต้นทุนดอกเบี้ยที่คิดเป็น %ของยอดขาย ลดต่ำลง

 

สำหรับหุ้นไทย การดีดตัวขึ้นมาของดัชนี เกิดขึ้นเฉพาะการดีดตัวขึ้นมาของหุ้นบางกลุ่มเท่านั้น

 

แล้วเราจะทำอย่างไรในยุคที่การหาเงินจากตลาดหุ้น มันเริ่มทำได้ยากขึ้น

ยุคนี้เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ข่าวสารที่วิ่งเข้ามาหาเรา มีมากเกินไป และมีสิ่งที่เราไม่จำเป็นต้องรู้อยู่มาก ถ้าเราเป็นนักลงทุนที่อ่านงบการเงิน เราอาจจะไม่สนใจข่าวมากนัก เพราะ ข่าวสามารถเกิดขึ้นหลายแบบ

1 เกิดจากการเรียก traffic ของสำนักข่าวหรือเว็บนั้น

2 เกิดขึ้นเพราะมันสำคัญจริง ๆ จึงต้องเผนแพร่ให้คนรู้

3 เกิดขึ้น เพราะมีคนซื้อข่าว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของบริษัท/เพื่อการโฆษณา เป็นต้น

ข่าวสาร

ฉะนั้นแล้ว ทางออกคือ เราควรเลือกศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่จำเป็นต้องศึกษา เช่น รายงานการประชุม รายงานผลการดำเนินงานแต่ละไตรมาส ข้อมูลจากนักลงทุนสัมพันธ์ หรือติดต่อกับผู้แนะนำการลงทุน (มาร์) และนักวิเคราะห์ที่ท่านรู้จักโดยตรง หากมาร์ปัจจุบันไม่สามารถช่วยเหลือ หรือตอบคำถามของเราได้ หรือไม่เคยสนใจ ติดตามการลงทุน หรือมาพูดคุยกับเราเลย อันนี้เราก็ควรต้องพิจารณาแล้วว่า เราจะเปลี่ยนมาร์ หรือเปลี่ยนโบรกดี

 

เมื่อเงินหายากขึ้น เก็งกำไร หรือเลือกลงทุนได้ยากขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องหาผู้ช่วย ที่สามารถช่วยเหลือเราได้จริง ๆ

 

 

เรื่องเล่าของบอนด์ยิลด์ ทำไมข่าวชอบเอามาพูดจัง

 

เรื่องเล่าของบอนด์ยิลด์ 1
เครดิต Charlie Bilello

ช่วงหลังมากนี้ ข่าวของบอนด์ยิลด์ ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ว่าเพราะบอนด์ยิลด์ขึ้น เลยทำให้ค่าเงินเป็นแบบนี้ ทองคำเป็นแบบนั้น ทำให้เฟด หรือธนาคารกลาง จะต้องขึ้นดอกเบี้ยแน่ ๆ ฯลฯ อ่านไปก็งงไป มันคืออะไร แล้วเราต้องรู้จักมันไหม ต้องตามมันด้วยหรอ

 

ก่อนอื่น บอนด์ยิลด์ คือ อะไร
มันคือผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว หรือพูดภาษาชาวบ้านว่าเป็นดอกเบี้ยที่รัฐจะจ่ายให้เจ้าหนี้ที่ถือพันธบัตรอยู่

 

แล้วมันสำคัญตรงไหนกับการเทรด

จริง ๆ แล้ว มันส่งผลโดยตรงการต่อตัดสินใจลงทุนใน ตราสารหนี้ ว่าจะลงทุนตราสารหนี้ของใครดี โดยทั่วไปแล้ว ตราสารหนี้เอกชน ควรให้ผลตอบแทนสูงกว่าของรัฐบาล พูดง่าย ๆ ว่า Yield ควรต้องสูงกว่า ถ้าตราสารหนี้เอกชนตัวไหนต่ำกว่า เราก็จะไม่เลือกลงทุนตัวนั้น

ใครที่สนใจอ่านเพิ่ม สามารถเข้าไปที่เว็บไซด์ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

http://www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2017/01062017.aspx

เรื่องเล่าของบอนด์ยิลด์ 2

แล้วทำไมทุกครั้งที่ Fed จะประชุม คนต้องจับตามอง Bond Yield ตลอด

เพราะว่า มันเป็นตัวแปรตัวนึงที่สะท้อน “การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในอนาคตของตลาด” เวลาที่มันพุ่งขึ้นไป คนเขาก็จะมองว่า ดอกเบี้ยอาจจะปรับขึ้นได้ และถ้าดอกเบี้ยปรับขึ้นจริง ๆ บริษัทที่มีหนี้สินเยอะ ก็น่าเป็นห่วง ซึ่งมันทำให้เราพอเอาไปคิดต่อว่า จะลงทุนในบริษัทนั้น ๆ ต่อ หรือลงทุนเพิ่มไหม

 

แล้ว Bond Yield ส่งผลต่อค่าเงินรึเปล่า

ส่วนใหญ่แล้ว มักจะพบว่าถ้า Bond Yield อายุ 10 ปีของเมกา พุ่งขึ้น ก็จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ถ้ามันลดลงก็น่าจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าได้

เรื่องเล่าของบอนด์ยิลด์ 3

แต่!! ตรงนี้ต้องย้ำว่า มันไมใช่สูตรลัพธ์ และผลที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้นตลอด

 

เพราะสิ่งที่เราเห็น มันคือปลายทาง เราแค่เห็นว่า บอนด์ยิลด์มันขึ้นหรือลง แต่เราไม่รู้สาเหตุเบื้องหลังว่า มันเกิดจากอะไรกันแน่

 

สรุป อ่านและตามเรื่องบอนด์ยิลด์เพื่อเป็นความรู้ เพื่อประเมินความน่าจะเป็น แต่ต้องไม่ยึดติดกับมัน รู้แค่ว่า อาการที่มันวิ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ แค่กำลังฟ้องว่า มีเม็ดเงิน หรือ Fund flow กำลังเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ และรอบนี้ดูเหมือนว่าจะเก็งประเด็นเงินเฟ้อ ที่เกิดจากการดีดตัวขึ้นมาแรง ๆ ของราคาน้ำมัน (แอดมินก็เดาไปมั่ว ๆ นะ อย่าเชื่อมาก 555+)

เรื่องเล่าของบอนด์ยิลด์ 4

แท็กซี่ปรับโครงสร้างแพงขึ้น เริ่มต้นที่ 40 บาท!! ส่งพิจารณาเดือนนี้

เว็บไซต์ไทยโพสต์รายงานว่า นายสุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการชำนาญการขนส่ง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางการปฏิรูปแท็กซี่ แล้วจะสามารถสรุปเพื่อเสนอไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พิจารณาในเดือน พ.ค. 2561

 

โดยเบื้องต้นจะปรับโครงสร้างราคาแท็กซี่กำหนดค่าบริการเริ่มต้นจากเดิม 35 บาท เป็น 40 บาท ช่วง 2 กม. แรก

 

ถ้าคิดจำนวนเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าขึ้นราคาทีเดียว 14%

TaxiThai

ซึ่งรูปแบบการคิดเงินใหม่อิงรูปแบบในต่างประเทศ โดยการแยกค่าใช้จ่ายเป็น 2 ส่วน คือ

1 ค่าโดยสารตามระยะทาง

2 เวลาในการเดินทาง

 

สมมติ ผู้โดยสารใช้บริการแท็กซี่ระยะทาง 5 กม. มีค่าโดยสารตามระยะทาง 50 บาท แต่ถ้าช่วงดังกล่าวมีปัญหารถติดเสียเวลาเดินทางมากกว่าเวลาปกติ 15 นาที ก็อาจจะคิดเพิ่มไปอีกนาทีละ 1 บาท ทำให้ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสารทั้งหมด 65 บาท เป็นต้น

TaxiThai2

เครดิตภาพ 泰国中华网 และ เว็บแบไต๋

ทำไมแบงก์ชาติถึงขาดทุน เวอร์ชันสรุปแบบกระชับ

สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องเศรษฐศาสตร์ ก็อาจจะเคยอ่านบทความ แอบส่องบัญชีแบงก์ชาติ ทำไมถึงขาดทุน? ของคุณพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย มาบ้างแล้ว ตามลิ้งก์นี้ https://thaipublica.org/2017/06/pipat-53/

 

วันนี้เราเลยจะขอสรุป แบบกระชับ เข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไมแบงก์ชาติต้องขาดทุนด้วย

ขั้นแรก ต้องดูกระเป๋าตังค์แบงก์ชาติก่อน

กระเป๋าแรก ใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของแบงก์ชาติ

กระเป๋าที่สอง เก็บเงินสำรอง

กระเป๋าที่สาม ใช้กับกิจการธนบัตร

 

กระเป๋าที่ขาดทุนจริง ๆ คือ กระเป๋าใบแรก แต่ถ้ารวม 3 กระเป๋าด้วยกัน ก็ถือว่าไม่ได้ติดลบ

ธปท

เข้าประเด็นเลย กระเป๋าในแรกขาดทุนได้ยังไง

1 ขาดดุลจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการที่แบงก์ชาติเข้าไป “ดูแลค่าเงิน” ไม่ให้แข็งเร็วเกินไป ถ้าบาทแข็งค่าเรื่อย ๆ แบงก์ชาติก็ขาดทุนเรื่อย ๆ

2 ขาดทุนจากการดำเนินงานของแบงก์ชาติ ก็เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย กับการเข้าไปแทรกแซงค่าเงิน

แบงก์ชาติขาดทุน

แล้วแบงก์ชาติจำเป็นต้องทำกำไรด้วยหรอ ?

ธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้หน้าที่มุ่งแสวงหากำไร ซึ่งก็คงต้องพิจารณาว่าการขาดทุนนั้น เป็นการกระทำที่ช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจมีเสถียรภาพจริง ๆ รึเปล่า สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องทำกำไร แต่ต้องไม่ทำจนถึงขั้นหมดความน่าเชื่อถือ คือ ทำให้ขาดทุนหรือติดลบ หรือทำให้ทุนหายมากเกินไป

ขาดทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย

แบงก์ชาติขาดทุน เพียงเพื่อลดความผันผวนระยะสั้น ?

ปัจจุบันเราเห็นชัดว่า ไม่ได้มีการใช้นโยบายเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาช่วยเลย มีแต่การเข้าแทรกแซงค่าเงิน ฉะนั้นแล้ว  การแทรกแซงค่าเงินของแบงก์ชาติ จึงทำได้แค่เพียงลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มของค่าเงินระยะยาวได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยพับลิก้า

เครดิตภาพ HBK CPAs & Consultants

ปล. ในบทความต้นฉบับ อธิบายที่มาที่ไปและงบดุลของธนาคารกลางอย่างย่อไว้ดีมาก ๆ ควรค่าแก่การเข้าไปทำการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง (มีภาพประกอบ)

USD/JPY อ่อนตัวต่ำสุดในรอบสัปดาห์ หลังจากผล Non-Farm Payrolls (NFP) เพิ่มน้อยกว่าคาด

ค่าเงินดอลาร์สหรัฐ/เงินเยน (USDJPY) อ่อนตัวต่ำสุดในรอบสัปดาห์ (108.65) หลังจากการรายงานตัวเลข Non-Farm Payrolls (NFP) หรือตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเมื่อวานนี้เพิ่มขึนน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนเม.ย. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 164,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 192,000 ตำแหน่ง

range currency

ส่วนอัตราการว่างงานต่ำสุดรอบ 18 ปี ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.15% โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.2%

target rate

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในปี 2018 มีโอกาส 45.1% ที่ดอกเบี้ยจะไปอยู่ที่ระดับ 2.00 – 2.25%

UJ May 5 2018

สำหรับกราฟ USDJPY ที่คุณ David Song , Currency Analyst ของ Dailyfx ได้วิเคราะห์ไว้ในกราฟแบบรายวัน เขามองว่า ยังขาด momentum ที่จะขึ่นไปที่ 109.40 (50% retracement) ถึง 110.00 (78.6% expansion)

ในขณะเดียวกัน ถ้าราคาหลุด 108.30 (61.8% retracement) ถึง 108.40 (100% expansion) ก็จะถือว่าเป็นการเปิด downside และมีโอกาสลงไปทดสอบ แถว ๆ 106.70 (38.2% retracement) ถึง 107.20 (61.8% retracement).

ขอบคุณข้อมูลจาก: Bank of Thailand Scholarship Students และ Daily FX – May 5, 2018

บาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1-2 เดือนแล้ว หลัง ‘บอนด์ยิวด์’ สหรัฐพุ่ง

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องทำสถิติใหม่ที่ระดับ 31.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในรอบ 1 เดือน หลังจากที่ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแรงทำนิวโฮ มาอยู่ที่ 2.97% ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า มันเป็นตัวสะท้อน ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และนั่นอาจจะทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้

GDP US Q1 2018

และเมื่อวันศุกร์ ที่ 27 เม.ย. 2561 ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ GDP ของสหรัฐ ไตรมาส 1เติบโตถึง 2.3% (สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่มองไว้ว่าจะโต 2.0%)

สำหรับ “แบงก์ชาติ” ของไทยเอง ก็คลายกังวล เรื่องเงินไหลเข้า โดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เริ่มเห็นการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทย บ้างแล้ว แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวล เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น อยู่แล้ว หลังธนาคารกลางประเทศอุตสาหกรรมหลักได้ปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ธปท 02

แม้ว่า “นักลงทุนต่างประเทศจะขายพันธบัตรต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่ต้องตกใจ หรือกังวล เพราะอยู่ในสภาวะที่คาดการณ์ ว่าจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้กระทบต่อภาพรวม การระดมทุน หรือต้นทุนการเงินของประเทศ”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  กรุงเทพธุรกิจ และ Bloomberg

Sentiment ค่าเงินปอนด์อ่อนค่า หลังเงินเฟ้อของอังกฤษยังชะลอตัว

BoE ธนาคารกลางอังกฤษ

ในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI YoY) ของอังกฤษ อยู่ที่ระดับ 2.5% น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.7%

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษยังส่งสัญญาณชะลอตัว โดยปรับขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า น้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ +0.3%

นั่นทำให้สามรถคาดเดาได้ว่า เดือนหน้าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) น่าจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย

ค่าเงินปอนด์

 

เมื่อมาดูข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดของเรดเดอร์และนักลงทุน ตอนนี้เทรดเดอร์รายย่อย 56.3% ถือสถานะ net-long และสถานะ long ในสัปดาห์นี้ น้อยกว่าสัปดาห์ก่อนประมาณ 5.7% ข้อมูลนี้ เป็นการรวบรวมจากคุณ  Dylan Jusino และเขาได้มองว่า เมื่อรายย่อยสวนใหญ่เปิด net-long ในคู่เงิน GBPUSD แล้ว ราคาน่าจะไปในทางตรงข้ามกันรายย่อย คือ ค่าเงินปอนด์ควรจะอ่อนค่าลง

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และ dailyfx.com