เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ BoJ จะบรรลุใน 5 ปี จากการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง

ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ฮารุฮิโกะ คูโรดะ กล่าวว่าต้องใช้เวลา 5 ปีถึงจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ทั้งนี้ ยังย้ำถึงนโยบายการเงินของญี่ปุ่นยังจำเป็นต้องอยู่ในลักษณะที่ผ่อนคลายมากต่อไป จนกว่าสภาพเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจจะปรับขึ้นไปสูง

BOJ-logo

ปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำ ญี่ปุ่นรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคที่ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง ครึ่งเปอร์เซ็นต์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

 

นั่นหมายความว่า สภาพคล่องที่อัดฉีดในครั้งนี้ ไม่มีวีแววว่าจะสิ้นสุดลงไปได้เลย จึงเป็นเหตุผลให้ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงมากที่สุดในบรรดาเงินสกุลหลักของโลก

 

อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.zerohedge.com/news/2018-04-23/japan-expects-hit-2-inflation-5-years-aggressive-easing-will-continue

เครดิตภาพ Transmissions

สรุปความเห็นประธานเฟด ก่อนประชุม ดอกเบี้ยขาขึ้น ท่ามกลางสงครามการค้า

การประชุมเฟดครั้งต่อไป ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1-2 พฤษภาคมนี้ .. นางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความสามารถในการรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในอนาคตอันใกล้ โดยระบุถึง แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ต่อข้อถามที่ว่า ความขัดแย้งทางการค้า และการใช้นโยบายกำหนดกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกระทบเศรษฐกิจสหรัฐ

 

นางเบรนาร์ดได้กล่าวว่า “เป็นเรื่องยากมากที่จะกล่าวถึงผลกระทบในขณะนี้ แต่ก็เห็นว่าหากมีการตอบโต้กันทางการค้ามากขึ้นก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทั่วโลก โดยจะทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก และสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจ

Lael Brainard

นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถือเป็นการคาดการณ์ที่ถูกต้องสำหรับการดำเนินการของเฟดในช่วง 2 ปีข้างหน้า ทั้งยังระบุว่า ไม่มีความกังวลเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนบางส่วนแสดงความกังวลว่ากำลังบ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

william fed

สรุปแล้ว  ทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐชัดเจนว่า “เป็นขาขึ้น”

 

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่ผ่านมา
ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานว่า ดัชนีการผลิตดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 23.2 ในเดือนเม.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 20

 

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 232,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 230,000 ราย ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์เพิ่มขึ้น 1,250 ราย สู่ระดับ 231,250 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

 

Source – ธนาคาร ซี ไอเอ็มบี ไทย, บมจ., มันนี่ แอนด์ เวลธ์ (Th) – April 23, 2018

ผลกระทบยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ JD.com, Amazon, Shoppee, 11Street, Lazada

ช่วงที่ผ่านมา ถือว่าการแข่งกันในยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซค่อนข้างคึกคัก และชัดเจนมาก ประเด็นนี้ ผศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้แสดงความเห็นได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งแอดมิน ข้ออนุญาตสรุปใจความสำคัญเป็นข้อ ๆ เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ดังนี้

1 การลงทุนของยักษ์ใหญ่ทางด้านค้าปลีกออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซต่างชาติย่อมทำให้การเติบโตของธุรกิจนี้ขยายตัวมากขึ้นและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

2 ขณะที่สินค้าและบริการของไทยมีช่องทางในการกระจายไปยังตลาดจีนและตลาดโลกมากขึ้น

3 ธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ หากไม่สามารถปรับตัวให้แข่งขันได้โอกาส ก็จะได้รับผลกระทบหนัก

4 สินค้าราคาถูกจากจีนอาจมีผลทำให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีนมากขึ้นในระยะต่อไป

5 การลงทุนของอาลีบาบาและยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์จะมาพร้อมกับระบบขนส่งและระบบการจ่ายเงินออนไลน์แบบครบวงจร เช่น Alipay, E-Wallet, E-Finance จะแย่งส่วนแบ่งตลาดของการบริการทางการเงินจากธนาคาร

 

ทั้งนี้ การประกาศลงทุนของอาลีบาบาด้วยเม็ดเงิน 11,000 ล้านบาทในพื้นที่ EEC ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปตื่นเต้นจนเกินเหตุเพราะมันเป็นเงินเพียงแค่ 5% ของกำไร 200,000 ล้านบาทของอาลีบาบาเมื่อปีที่แล้ว

Jack Ma

ตลาดที่ถูกครอบงำจากทุนยักษ์ใหญ่มากขึ้นตามลำดับ โครงสร้างตลาดที่ผูกขาดและโครงสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การเติบโตและการขยายตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเฉพาะเศรษฐกิจฐานบนไม่กระจายมายังเศรษฐกิจฐานรากหรือรากหญ้า ตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดีหรือการทำมาหากินมีความฝืดเคือง

 

อ้างอิงข้อมูลจาก – Local Press Release – April 23, 2018

“แจ็ค หม่า” ลงทุนในไทยน้อยกว่ามาเลเซีย 5 เท่า

การมาไทยของแจ็ค หม่าในครั้งนี้เป็นที่น่าสนใจอยู่มาก และหนึ่งในนั้น ก็มีมุมที่คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน ได้บอกไว้ว่า “รู้สึกยินดี ที่ในที่สุดแล้ว นายแจ็ค หม่า และกลุ่มอาลีบาบา ก็ตัดสินใจมาลงทุนในไทย ซึ่งตอนที่ตนถูกเรียกครั้งที่ 8 ให้ไปที่กองทัพภาคที่ 1 และพบกับ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้เป็น รัฐมนตรี ก็ได้บอกให้ นายกอบศักดิ์ เร่งดำเนินการในเรื่องนี้

Jack Ma

เพราะอย่างไรอาลีบาบาที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางอีคอมเมิร์ซ ก็ต้องลงทุนในทุกประเทศในอาเซียนอยู่แล้ว แปลกที่ใช้เวลานาน เพราะนายแจ็ค หม่า มาใช้เวลาเพียง 10 นาที เท่านั้นหลังที่พบผู้นำมาเลเซีย และประกาศมาเลเซียเป็นศูนย์กลางภูมิภาค”

Jack Ma 2

แต่ทว่า การลงทุนของอาลีบาบาในไทยเริ่มเพียง 11,000 ล้านบาทเท่านั้น !!! ซึ่งน้อยกว่าการลงทุนของอาลีบาบาในมาเลเซียเริ่มที่ 7000 ล้าน ริงกิต หรือ ประมาณ 56,000 ล้านบาท หรือน้อยกว่าถึง 5 เท่า ไม่ได้ลงทุนในไทยมากกว่าในมาเลเซียเหมือนที่ นายอุตตม สาวนายน รมว. อุตสาหกรรมโฆษณาแก้เก้อไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนที่จะลงทุนเพิ่มในอนาคตคงต้องดูกันต่อไป

 

Source – เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (Th)

จับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) 26 เมษายนนี้

สัปดาห์หน้า มีประเด็นที่ต้องติดตาม สำหรับเทรดเดอร์ที่ทำการเทรดค่าเงินยูโร หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วได้มีการปรับตัวลงมาเล็กน้อย ล่าสุด นายปีเตอร์ แพรท หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของธนาคารกลางยูโร (ECB) ออกมาบอกว่า การดำเนินนโนบายทางการเงิน ยังคงต้องทำโดยรอบคอบ เพราะว่าอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ต่ำ แถมดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจเยอรมนี (ZEW) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ -8.2 ในเดือนเมษายน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ -1.0

ZEW
ZEW

นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3% ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 1.4% เนื่องจากตลาดมีความกังวลต่อสงครามการค้าโลกในช่วงที่ผ่านมา

Draghi
Draghi

Note: ตัวเลขย้อนหลัง
ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 8 มี.ค. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.40%

 

อ้างอิงข้อมูลจาก การเงินธนาคาร และ เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ

ดอลลาร์ดีดตัว เมื่อเฟดเริ่มสื่อว่าจะ “ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย”

ความเห็นของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในช่วงที่ผ่านมา ค่อยข้างน่าสนใจ และดูจะประคองเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตต่อได้อีก เมื่อ นายแคปแลน สาขาดัลลัส ออกมาบอกว่า เขาเองมองว่าน่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และ 3 ครั้งในปีหน้า โดยอยู่ในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากไม่ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดอลลาร์

ในขณะที่ นายคาสคารี่ ประธาน Fed สาขามินนาโพลิสได้กล่าวว่าในเวลานี้ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย และให้ติดตามอัตราเงิเฟ้อเป็นหลัก

 

อ้างอิงข้อมูลจาก เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ – April 17, 2018

ซีไอเอ็มบีไทยปรับลดเป้าจีดีพีเหลือ 3.7% จาก 4% หลังเลื่อนเลือกตั้ง มองสวนทางสำนักวิจัยอื่น

สรุปข่าววันนี้ ประเด็นที่เทรดเดอร์ไทยต้องติดตามในช่วงสงกรานต์ ก็หนีไม่พ้น “เวิลด์แบงก์เปิดประมาณการจีดีพีไทยปีนี้เติบโต 4.1% ลงทุน-บริโภคฟื้นตัวชัด แนะพัฒนาด้านการศึกษา-ทักษะเพื่อเติบโตยั่งยืน ด้านซีไอเอ็มบีไทยปรับลดเป้าจีดีพีเหลือ 3.7% จาก 4% กังวลนโยบายเศรษฐกิจไม่ต่อเนื่องหลังเลื่อนเลือกตั้ง ด้านแบงก์ชาติประเมินปี 61-62 เศรษฐกิจโตได้ 4.1%”

 

  • นายอูลริค ซาเกา ผู้อำนวยการ ธนาคารโลก ประจำประเทศไทย มาเลเซีย ออกมามองเชิงบวกว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะโต 4.1% จาก ปีก่อนโต 3.9%

wb

  • ในขณะที่นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย บอกว่า ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตาม เเพราะว่าเศรษฐกิจที่ขยายตัวนั้น ยังขยายแบบไม่ทั่วถึง
  • และนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ร้อยละ 4.1 เช่นเดียวกับปี 62 ที่จะขยายตัวได้ในระดับเดียวกัน โดยมีปัจจัยบวกมาจากการส่งออก

ธปท

ในขณะที่ทางซีไอเอ็มบีไทยปรับลดเป้าจีดีพี สวนทางสำนักวิจัยอื่น

  • นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (CIMBT) เปิดเผยว่า สำนักวิจัยได้ปรับประมาณการจีดีพีปี 2561 ไว้ที่ 3.7% จากเดิมที่ 4% เนื่องจากการเลื่อนเลือกตั้งรัฐบาลออกไป รวมถึงปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจส่งผลให้เอกชนชะลอลงทุน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

“Carry Trade” คือ อะไร

หลายคนอาจจะเคยได้ยินกลยุทธ์ Carry Trade มานาน แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า แท้จริงแล้ว มันคืออะไรแล้วทำยังไง งั้นเรามาเรียนรู้ไปพร้อมกันเลยค่ะ

 

“แครี่เทรด” Carry Trade คือการเคลื่อนย้ายเงินจากแหล่งที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ไปหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ “การเก็งกำไร” ประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะกับเทรดเดอร์ทุกคน แต่การศึกษาเรื่อง  Carry Trade จะช่วยให้เข้าใจและเห็นภาพการเคลื่อนไหวของค่าเงินได้ดียิ่งขึ้น

money

เรามาลองดูตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงในอดีตเมื่อปี 2009

ช่วงนั้นค่าเงินบาท และค่าเงินสกุลต่าง ๆ ในเอเชียแข็งค่ามาก หลังจากสหรัฐเกิดวิกฤต และทำ QE ตอนนั้น Fund Flow ไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย โดยเข้ามาซื้อทั้งในตลาดพันธบัตร และตลาดทุน เพื่อเป็นแหล่งพักเงิน

 

แล้วเงิน Carry Trade ตอนนั้นมาได้ยังไง

ตอนนั้นเกิดกระแสเงินที่กู้มาจากสถาบันการเงินในสหรัฐฯที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ มาลงทุนในประเทศที่อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เหตุการณ์นี้ก็เลยมีชื่อว่า US Carry Trade (ถ้ากู้เงินเยนมาจากญี่ปุ่นก็เรียก Japan Carry Trade)

 

dollar

Carry Trade ของจริง มาแค่เทรดค่าเงินอย่างเดียวไหม ?

อันนั้น ก็ต้องแล้วแต่เทรดเดอร์ แต่ถ้าย้อนไปปลายปี 2009 US Carry Trade ที่เข้ามา ซื้อทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และอสังหาริมทรัพย์ของไทยด้วย ในปีนั้นต่างชาติ ซื้อสุทธิสะสมหุ้นไทยอยู่ที่ 46,018.63 ล้านบาท (ต้นปี 52-พ.ย.52) ตอนนั้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.25% (ปัจจุบันอยู่ที่ 1.50%)

 

หวังว่าข้อมูลข้างต้นนี้ น่าจะช่วยคลายข้อสงสัยให้กับคนที่ข้องใจเรื่อง Carry Trade ได้บ้างนะคะ

Investing-Street

“ไทยพาณิชย์” ทยอยปิดแล้ว 7 สาขา ตั้งเป้าทั้งปี ปิด 200 แห่ง

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าบุคคล และผู้บริหารสูงสุดเครือข่ายสาขา ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า ครึ่งปีแรกของปีนี้ธนาคารมีแผนลดสาขาลง 100 สาขา เนื่องจากเห็นแล้วว่าธุรกรรมใน 100 สาขานั้นลดลง ลูกค้าใช้ออนไลน์มากขึ้น โดยปีนี้ธนาคารตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าโมบายแบงกิ้ง 10 ล้านราย โดยการยกเลิกค่าธรรมเนียมก็ช่วยขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น

 

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สาขาที่ลดลง ส่วนใหญ่เป็นแบบสาขาดั้งเดิม stand alone ที่ธุรกรรมค่อนข้างน้อย ส่วนที่มีธุรกรรมเยอะคือสาขาในห้าง (อินมอลล์)
  • ภาพรวมปริมาณการทำธุรกรรมของธนาคารไทยพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เติบโต 30.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
  • การทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเติบโตสูงขึ้น 187.3 % ธุรกรรมผ่านเครื่องอัตโนมัติ (เอทีเอ็มและซีดีเอ็ม)เพิ่มขึ้น 7.1 % ในขณะที่การทำธุรกรรมผ่านสาขาลดลง 6.3 %

scb

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารพาณิชย์มีการเปิดสาขามากกว่าปิดสาขา โดยมีสาขาทั้งหมด 6,789 แห่ง เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2560 จำนวน 5 แห่ง โดยธนาคารที่มีการเปิดสาขามากกว่าปิดมากที่สุด คือ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย มีสาขาเพิ่ม 13 แห่ง มาอยู่ที่ 145 แห่ง รองลงมาคือ ธนาคารกสิกรไทยเพิ่มขึ้น 3 แห่ง อยู่ที่ 1,032 แห่ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เพิ่มขึ้น 2 แห่ง อยู่ที่ 665 แห่ง และธนาคารกรุงเทพ มีสาขาเพิ่ม 1 แห่ง รวมเป็น 1,167 แห่ง

 

ส่วนธนาคารที่มีการปิดสาขามากกว่าเปิดสูงสุดคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลง 7 แห่ง เหลือ 1,154 แห่ง ธนาคารธนชาต ลดลง 4 แห่งเหลือ 520 แห่ง ธนาคารกรุงไทย ลดลง 2 แห่งอยู่ที่ 1,119 แห่ง และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ลดลง 2 แห่งเหลือ 84 แห่ง

 

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก: กรุงเทพธุรกิจ

เครดิตภาพ congluan.vn และ scb

อีก 6 เดือนนับจากนี้ ตลาดหุ้นจะไม่ทำ New High อีกแล้ว !

Sam Eisenstadt นักวิจัยของ Value Line Inc. ได้พยากรณ์จากโมเดลของเขาว่า นับจากนี้ไปอีก 6 เดือน (จนกว่าจะถึงเดือนตุลาคม 2561) ตลาดหุ้นจะไม่ทำสถิติสูงสุดใหม่อีก โดยโมเดลของเขา projection ว่า S&P500 จะไปอยู่ที่ 2,775 จุดในเดือนกันยายน หรือร่วงกว่า 3% ถ้านับจาก All-time high เมื่อเดือนมกราคม

 

ไม่มีสถิติสูงสุดใหม่

หลายคนอาจจะสงสัยว่าโมเดลของเขาจะเชื่อได้จริงหรือไม่

งั้นเราตามมาขุดกัน มีบทความนึงที่คุณแซมได้เขียนไว้เมื่อเดือนกันยา ปีที่แล้ว ว่า S&P500 จะลงไปเทรดกันแถว ๆ 2,620 – 2,640 ในเดือนมี.ค. 2561 และผลปรากฎว่า สิ้นเดือนมี.ค. ดัชนี S&P500 ก็มาปิดที่ 2,640.87
(ตามไปอ่านบทความเก่าของเขาได้ที่ https://www.marketwatch.com/story/why-the-sp-500-should-climb-even-higher-by-march-2017-10-06)

 

ทั้งหมดนี้เขาใช้การเก็บข้อมูล และตัวทดสอบสถิติที่หลายคนคุ้นเคยกันดีในชื่อว่า r-squared หากใครสนใจรายละเอียด และอยากตามไปอ่านบทความล่าสุดของเรื่องนี้ ก็สามารถตามไปอ่านได้ที่ https://www.marketwatch.com/story/stock-guru-who-called-sp-500-gains-sees-no-new-market-high-before-october-2018-04-06

 

Source: Market Watch – Apr 8, 2018