ถ้าจุดเข้าเทพ ทุกอย่างจะดีเอง

มีคนเคยบอกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเทรด หรือลงทุนในสินทัพย์ใด ๆ ก็ตาม คือ จุดเข้า ถ้า “จุดเข้าเทพ ทุกอย่างจะดี” ตอนแรกแอดมินได้ฟังก็รู้สึก แปลกใจ แล้วก็มาลองคิดดูว่า เห้ยย!! จริงของเขา ถ้าจุดเข้าเราดี ระยะที่เราออก เราจะออกตอนกำไรตรงไหนก็ได้ จะกำไรมากหรือน้อยก็คือกำไร แต่ถ้าจุดเข้าของเราไม่ดี มันจะลากให้เราขาดทุน .. สรุปแล้ว จุดเข้าดี ชีวิตดี แต่การหาจุดเข้าให้ดี ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย

เทรด Forex 1

มันแปลว่า เราต้องโฟกัสที่จุดเข้า ใช่ไหม ?

ใช่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้น หรือค่าเงิน ก่อนการตัดสินใจเข้าไปเทรดหรือลงทุน เราต้องพิจารณาให้ดีว่าจุดที่เราจะเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ การเปิด Long หรือ Short มันใช่จุดที่คุ้มค่าแล้วรึยัง

 

บางคนมีปัญหา รู้ว่าเป็นเทรนด์ลง แต่ใจร้อน รีบเข้า Short ก็เลยโดนลากขาดทุนตอนมันเด้งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน ก่อนที่จะวกกลับลงมาตามเทรนด์อีกที ซึ่งตรงนี้ทำให้เราเสียโอกาส เสียกระสุนเทรดไป สุดท้ายก็ปิดกำไรนะ เพียงแต่จะโดนลากให้ใจเสียไปก่อน

 

แล้วจะทำยังไง ให้จุดเข้าของเรา เป็นจุดที่ได้เปรียบจริง ๆ

บางคนเทรดมานาน เชี่ยวชาญการดูกราฟ ดูโซนราคา ก็พอจะกะโซนพฤติกรรมราคาได้ แต่ถ้าเรายังไม่ชำนาญ และไม่แน่ใจความคิดตัวเองว่ามันจะ Bias ไหม เราก็อาจจะใช้ Check List ขึ้นมาช่วย แล้วตั้งกฎกับตัวเองว่า ถ้าทำการบ้านไม่เสร็จ จะยังไม่เข้าไปเทรด

เทรด Forex 2

ไม่ประมาท แม้ว่าจะทำการบ้านมาดีมาก เข้าตรงจุดที่คิดว่าได้เปรียบแล้ว สิ่งที่สำคัญ คือ การเผื่อใจ ในกรณีที่ผิดพลาด .. ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เรามองไว้ ทางแก้ไขสำรอง คือ อะไร บางคนอาจจะใช้การเทรดค่าเงินอื่น เพื่อหากำไรมาทดแทนไม้ที่ผิดพลาด บางคนอาจจะเน้นเก็บ Cash Flow สั้น ๆ เข้ามาในพอร์ต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ไม่ Overtrade เพราะการที่เราเทรดเกินตัว จะทำให้เราแก้ไขความผิดพลาดได้ยาก และมันจะบีบให้เราต้องคัทลอส ล้างพอร์ต หรือไม่ก็โดน Force Sell ไปซะก่อน

เทรด Forex 3

เอาเป็นว่า ใครที่ไม่เคยทำการบ้านก่อนเทรด หรือหลุด วู่วามเทรดแบบลืมตัว ตอนนี้ต้องมาท่องคาถาไว้ในใจสักหน่อยแล้วว่า “จุดเข้าเทพ แล้วทุกอย่างจะดีเอง” ป่ะ เราไปทำการบ้าน วางแผนใหม่กัน ^^

คุณเห็นความร่ำรวยของคนอื่น แต่ไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังต้องทุ่มเทเพียงใด

หนทางสู่ความร่ำรวย มีให้เห็นกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะมาจากการค้าขาย หรือการเทรดในตลาดหุ้น ค่าเงิน ทองคำ ฯลฯ แต่ว่าเบื้องหลังนั้น เกิดจากความทุ่มเท เกิดจากการล้มเหลวมาก่อน ทั้งนั้น

 

วันนี้แอดมิน ถึงอยากนำเสนอเรื่องราวของแอดมินอีกท่านหนึ่ง ที่เข้ามาช่วยดูแลเพจตั้งแต่ต้น และเขาก็อยู่ในวงการการเทรดค่าเงินมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว โดยเขาตั้งคติไว้เลยว่า ชีวิตนี้จะไม่ขายคอร์สเด็ดขาด .. และอุดมการณ์ของเขา คือ “ความรู้มีไว้แบ่งปัน ส่วนเงินก็ไปหาจากตลาดกันเอาเอง“

 

เรามาเริ่มต้น ดูสิ่งที่แอดมินอีกท่านได้แนะนำไว้กันเลยค่ะ

 

“เชื่อว่าหลายๆคนรู้สึกเหมือนกันว่า เราอยากพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นกว่าเดิม”

ถ้าวันนี้ต้องการพัฒนาประสิทธิภาพการเทรดเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ?

 

เอางี้นะ ถามตัวเองก่อนว่า เราเข้ามาในตลาดเพื่ออะไร ถามตัวเอง คุณมีใคร หรืออะไร เป็นแรงผลักดันในการพัฒนาการเทรด ในทุกๆวัน?  เอาให้เคลียร์ ทำไมต้องถามตัวเอง แบบจริงจัง …..ก็เพื่อให้เรา “โฟกัสกับเป้าหมาย” พอเรารู้แล้วว่าเราเข้ามาทำอะไร  ก็ลุยกันโลดดด

stay-focused
stay-focused

ตอนสมัยที่แอดมินเริ่มต้นเทรดใหม่ๆ  ก็พยายามพัฒนาความรู้  พยายามแสวงหาวิธีการขั้นเทพ เข้าคอร์ส อบรมต่างๆ สมัยนั้นสนใจอ่านแต่เทคนิคอล เพราะอ่านแนวพื้นฐานแล้วไม่ใช่แนว หนังสือ เครื่องมือทางเทคนิค ต่าง ๆ เอามาทดลองใช้  เสียเวลา เสียเงิน ไปก็มาก สรุป !! ขาดทุนเหมือนเดิม อ่าวววเห้ยยยย เกิดอะไรขึ้นวะ !

 

จากการพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จในการเทรด  คนเหล่านั้นใช้เพียงวิธีการง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน และที่สำคัญเค้าทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ เราก็ลองไปใช้วิธีการของเค้าก็ยังทำได้ไม่ดี เพราะว่าเครื่องมือที่ใช้ มันก็เข้ากับนิสัยของแต่ละคน   บางคนถนัดแท่งเทียน  บางคนถนัด EMA และสุดท้าย คำถามสำคัญที่ต้องถาม คือว่า เรามีอัตราความผิดพลาดเท่าไหร่ มี Draw Down ,Risk Reward Ratio ,Consecutive loss เป็นยังไง

 

หากเทรดเดอร์เข้าใจหลักการบริหารเงินทุน หลักการบริหารความเสี่ยง เครื่องมือเทคนิคทีมีความแม่นยำ 25% ก็สามารถทำกำไรระยะยาวให้ท่านได้ ยกตัวอย่างสูตรประเมินความคาดหวังของเทคนิค (Expectancy)

Expectancy= (ค่าเฉลี่ยPipที่กำไร x %Winของเทคนิค) – (ค่าเฉลี่ย Pipที่ขาดทุน x %Lossของเทคนิค)

Expectancy
Expectancy

ค่า Expectancy มีค่าเป็นบวก หมายถึงเทคนิคที่ใช้สามารถทำกำไรได้ในระยะยยาว แต่ถ้ามีค่าเป็นลบ หมายถึงในระยะยาวแล้วเทคนิคนี้มีโอกาสล้างพอร์ตสูง  และอื่นๆ อะไรแบบนี้ ไม่มีใครถามว่าชนะครั้งนึงได้เท่าไร่ซักคน

 

ระบบเทรดที่ดีจะต้องไม่กระทบกับจิดใจด้วย เพราะอะไร เพราะไม่ว่าระบบ วิธีการ หรือเครื่องมือต่างๆจะดีแค่ไหนก็ไม่ช่วยให้เราประสบความสำเร็จใจการเทรด ถ้าสภาพจิตใจเราไม่มั่นคง

 

วิธีการฝึกเทรดให้ได้กำไรสม่ำเสมอที่แท้จริง  จึงต้องเริ่มจากการ “รู้จักตัวเอง”

การยอมรับข้อผิดพลาดของระบบ  แล้วสร้างวิธีการ จังหวะเข้าออก การจัดการเงินทุนให้เหมาะสม

เสริมจุดอ่อน พัฒนาจุดแข็ง  ไม่เจ๊งออกจากตลาดไปเสียก่อน

เริ่มจากการจดบันทึกสถิติ จำนวนการผิด จำนวนเงินที่ขาดทุน

 

จดอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดทันที แล้วดูพฤติกรรมที่เราทำออกไปว่าเราตัดสินใจกับมัน จดแล้วแบ่งแยกมันออกมาให้ชัดเจน

แล้วปรับปรุงไปเรื่อย ๆ

 

มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ช่วยพัฒนาการเทรด คือวินัย

วินัยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องการเทรดนะ ทุกอย่างเลยในการใช้ชีวิต ตั้งแต่ตื่น นอน อาหารการกิน การออกกำลังกาย สังคม อารมณ์ ความรู้สึก สิ่งแวดล้อม สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อม

วินัยในการเทรด
วินัยในการเทรด

จะเห็นได้ชัดเลยว่า ถ้าเราจะเอาจริงกับการเทรด ให้ประสบความสำเร็จ เราต้องพัฒนาตัวเองในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความรู้ ทั้งสภาวะอารมณ์ การควบคุมตัวเอง การมีวินัยในชีวิต ไม่สามารถการันตีความสำเร็จในการเทรดได้ทันที จากภาพพีระมิดข้างบนนี้ เราเห็นชัดเลยว่า รากฐานเกิดจากการเรียนรู้กระบวนการ ที่ทำแล้วใช้ได้ เกิดประสิทธิผลก่อน เพราะ เทรดเดอร์ที่เทรดมานาน ๆ จะรู้กฎกติกาของตลาดดี รู้จักเครื่องมือ รู้วิธีทำกำไร แต่หลายครั้งก็ผิดพลาด และเสียเงินมาก เพราะไม่ได้ควบคุมตัวเองให้ทำตามแผน หรือวินัยที่ตั้งไว้นั่นเอง

 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และช่วยให้เทรดเดอร์ทุกท่าน เข้าใกล้ความสำเร็จในการเทรดมากยิ่งขึ้นนะคะ