ปาดเหงื่อ ค่าไฟอาจจะพุ่ง ราคา LPG พุ่งทะลุเพดาน ถัง 15 กก. ราคาเกือบ 400 บาทแล้ว

เมื่อวานนี้นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. ออกมาเตือนประชาชนให้เร่งประหยัดพลังงานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นมาอยู่ระดับเกือบ 80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลนั้น จะสะท้อนไปยังต้นทุนค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือเอฟทีที่จะปรับเพิ่มขึ้นตามใน 6 เดือนข้างหน้า หรือราวเดือน พ.ย.61 นี้

ค่าไฟแพง 1

อย่างไรก็ตาม ค่าไฟฟ้าจริงจะปรับขึ้นหรือไม่ขึ้นกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งอาจจะมีการเกลี่ยต้นทุนต่างๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าในปีนี้อาจจะไม่ปรับขึ้นก็ได้

 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (22 พ.ค.) ราคาก๊าซหุงต้มจะขยับขึ้นอีก โดยรายใหญ่ คือ บมจ.ปตท.แจ้งคู่ค้าราคา LPG ภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ปรับเพิ่มขึ้น 1.5485 บาท/กก. (รวม VAT) มีผลตั้งแต่ วันที่ 22 พ.ค.61 เวลา 00.01 น.ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซฯ ถังขนาด 15 กก.ปรับขึ้นประมาณ 23 บาทต่อถัง จากราคาที่ประกาศสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 372 บาท/ถัง

ฉะนั้น ตอนนี้ราคาเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 395 บาท/ถังแล้ว สำหรับถังขนาด 15 กก.

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก – เว็บไซต์แนวหน้า (Th)

แท็กซี่ปรับโครงสร้างแพงขึ้น เริ่มต้นที่ 40 บาท!! ส่งพิจารณาเดือนนี้

เว็บไซต์ไทยโพสต์รายงานว่า นายสุเมธ องกิตติกุล นักวิชาการชำนาญการขนส่ง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางการปฏิรูปแท็กซี่ แล้วจะสามารถสรุปเพื่อเสนอไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พิจารณาในเดือน พ.ค. 2561

 

โดยเบื้องต้นจะปรับโครงสร้างราคาแท็กซี่กำหนดค่าบริการเริ่มต้นจากเดิม 35 บาท เป็น 40 บาท ช่วง 2 กม. แรก

 

ถ้าคิดจำนวนเงินเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าขึ้นราคาทีเดียว 14%

TaxiThai

ซึ่งรูปแบบการคิดเงินใหม่อิงรูปแบบในต่างประเทศ โดยการแยกค่าใช้จ่ายเป็น 2 ส่วน คือ

1 ค่าโดยสารตามระยะทาง

2 เวลาในการเดินทาง

 

สมมติ ผู้โดยสารใช้บริการแท็กซี่ระยะทาง 5 กม. มีค่าโดยสารตามระยะทาง 50 บาท แต่ถ้าช่วงดังกล่าวมีปัญหารถติดเสียเวลาเดินทางมากกว่าเวลาปกติ 15 นาที ก็อาจจะคิดเพิ่มไปอีกนาทีละ 1 บาท ทำให้ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสารทั้งหมด 65 บาท เป็นต้น

TaxiThai2

เครดิตภาพ 泰国中华网 และ เว็บแบไต๋

ทำไมแบงก์ชาติถึงขาดทุน เวอร์ชันสรุปแบบกระชับ

สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องเศรษฐศาสตร์ ก็อาจจะเคยอ่านบทความ แอบส่องบัญชีแบงก์ชาติ ทำไมถึงขาดทุน? ของคุณพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย มาบ้างแล้ว ตามลิ้งก์นี้ https://thaipublica.org/2017/06/pipat-53/

 

วันนี้เราเลยจะขอสรุป แบบกระชับ เข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไมแบงก์ชาติต้องขาดทุนด้วย

ขั้นแรก ต้องดูกระเป๋าตังค์แบงก์ชาติก่อน

กระเป๋าแรก ใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของแบงก์ชาติ

กระเป๋าที่สอง เก็บเงินสำรอง

กระเป๋าที่สาม ใช้กับกิจการธนบัตร

 

กระเป๋าที่ขาดทุนจริง ๆ คือ กระเป๋าใบแรก แต่ถ้ารวม 3 กระเป๋าด้วยกัน ก็ถือว่าไม่ได้ติดลบ

ธปท

เข้าประเด็นเลย กระเป๋าในแรกขาดทุนได้ยังไง

1 ขาดดุลจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการที่แบงก์ชาติเข้าไป “ดูแลค่าเงิน” ไม่ให้แข็งเร็วเกินไป ถ้าบาทแข็งค่าเรื่อย ๆ แบงก์ชาติก็ขาดทุนเรื่อย ๆ

2 ขาดทุนจากการดำเนินงานของแบงก์ชาติ ก็เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย กับการเข้าไปแทรกแซงค่าเงิน

แบงก์ชาติขาดทุน

แล้วแบงก์ชาติจำเป็นต้องทำกำไรด้วยหรอ ?

ธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้หน้าที่มุ่งแสวงหากำไร ซึ่งก็คงต้องพิจารณาว่าการขาดทุนนั้น เป็นการกระทำที่ช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจมีเสถียรภาพจริง ๆ รึเปล่า สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องทำกำไร แต่ต้องไม่ทำจนถึงขั้นหมดความน่าเชื่อถือ คือ ทำให้ขาดทุนหรือติดลบ หรือทำให้ทุนหายมากเกินไป

ขาดทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย

แบงก์ชาติขาดทุน เพียงเพื่อลดความผันผวนระยะสั้น ?

ปัจจุบันเราเห็นชัดว่า ไม่ได้มีการใช้นโยบายเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาช่วยเลย มีแต่การเข้าแทรกแซงค่าเงิน ฉะนั้นแล้ว  การแทรกแซงค่าเงินของแบงก์ชาติ จึงทำได้แค่เพียงลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มของค่าเงินระยะยาวได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยพับลิก้า

เครดิตภาพ HBK CPAs & Consultants

ปล. ในบทความต้นฉบับ อธิบายที่มาที่ไปและงบดุลของธนาคารกลางอย่างย่อไว้ดีมาก ๆ ควรค่าแก่การเข้าไปทำการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง (มีภาพประกอบ)