ทำไมแบงก์ชาติถึงขาดทุน เวอร์ชันสรุปแบบกระชับ

สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องเศรษฐศาสตร์ ก็อาจจะเคยอ่านบทความ แอบส่องบัญชีแบงก์ชาติ ทำไมถึงขาดทุน? ของคุณพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย มาบ้างแล้ว ตามลิ้งก์นี้ https://thaipublica.org/2017/06/pipat-53/

 

วันนี้เราเลยจะขอสรุป แบบกระชับ เข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไมแบงก์ชาติต้องขาดทุนด้วย

ขั้นแรก ต้องดูกระเป๋าตังค์แบงก์ชาติก่อน

กระเป๋าแรก ใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของแบงก์ชาติ

กระเป๋าที่สอง เก็บเงินสำรอง

กระเป๋าที่สาม ใช้กับกิจการธนบัตร

 

กระเป๋าที่ขาดทุนจริง ๆ คือ กระเป๋าใบแรก แต่ถ้ารวม 3 กระเป๋าด้วยกัน ก็ถือว่าไม่ได้ติดลบ

ธปท

เข้าประเด็นเลย กระเป๋าในแรกขาดทุนได้ยังไง

1 ขาดดุลจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการที่แบงก์ชาติเข้าไป “ดูแลค่าเงิน” ไม่ให้แข็งเร็วเกินไป ถ้าบาทแข็งค่าเรื่อย ๆ แบงก์ชาติก็ขาดทุนเรื่อย ๆ

2 ขาดทุนจากการดำเนินงานของแบงก์ชาติ ก็เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย กับการเข้าไปแทรกแซงค่าเงิน

แบงก์ชาติขาดทุน

แล้วแบงก์ชาติจำเป็นต้องทำกำไรด้วยหรอ ?

ธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้หน้าที่มุ่งแสวงหากำไร ซึ่งก็คงต้องพิจารณาว่าการขาดทุนนั้น เป็นการกระทำที่ช่วยให้ภาพรวมของเศรษฐกิจมีเสถียรภาพจริง ๆ รึเปล่า สรุปคือ ไม่จำเป็นต้องทำกำไร แต่ต้องไม่ทำจนถึงขั้นหมดความน่าเชื่อถือ คือ ทำให้ขาดทุนหรือติดลบ หรือทำให้ทุนหายมากเกินไป

ขาดทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย

แบงก์ชาติขาดทุน เพียงเพื่อลดความผันผวนระยะสั้น ?

ปัจจุบันเราเห็นชัดว่า ไม่ได้มีการใช้นโยบายเรื่องดอกเบี้ยเข้ามาช่วยเลย มีแต่การเข้าแทรกแซงค่าเงิน ฉะนั้นแล้ว  การแทรกแซงค่าเงินของแบงก์ชาติ จึงทำได้แค่เพียงลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มของค่าเงินระยะยาวได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไทยพับลิก้า

เครดิตภาพ HBK CPAs & Consultants

ปล. ในบทความต้นฉบับ อธิบายที่มาที่ไปและงบดุลของธนาคารกลางอย่างย่อไว้ดีมาก ๆ ควรค่าแก่การเข้าไปทำการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง (มีภาพประกอบ)

บาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1-2 เดือนแล้ว หลัง ‘บอนด์ยิวด์’ สหรัฐพุ่ง

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องทำสถิติใหม่ที่ระดับ 31.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในรอบ 1 เดือน หลังจากที่ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นแรงทำนิวโฮ มาอยู่ที่ 2.97% ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า มันเป็นตัวสะท้อน ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และนั่นอาจจะทำให้เฟดสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้

GDP US Q1 2018

และเมื่อวันศุกร์ ที่ 27 เม.ย. 2561 ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ GDP ของสหรัฐ ไตรมาส 1เติบโตถึง 2.3% (สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่มองไว้ว่าจะโต 2.0%)

สำหรับ “แบงก์ชาติ” ของไทยเอง ก็คลายกังวล เรื่องเงินไหลเข้า โดยนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เริ่มเห็นการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทย บ้างแล้ว แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่น่ากังวล เพราะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น อยู่แล้ว หลังธนาคารกลางประเทศอุตสาหกรรมหลักได้ปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ภาวะปกติด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ธปท 02

แม้ว่า “นักลงทุนต่างประเทศจะขายพันธบัตรต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้อยู่ในระดับที่ต้องตกใจ หรือกังวล เพราะอยู่ในสภาวะที่คาดการณ์ ว่าจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้กระทบต่อภาพรวม การระดมทุน หรือต้นทุนการเงินของประเทศ”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  กรุงเทพธุรกิจ และ Bloomberg

หวั่นสิ้นปี 61 เงินบาทแข็งค่า 29 บาทต่อดอลลาร์ ฉุดส่งออกวูบ รายได้ในรูปเงินบาทลดลงครั้งแรกในรอบ 12 เดือน

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ประจำประเทศไทย ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) กล่าวว่า แม้เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด จึแต่หากมอง แนวโน้มในอีก 2 ปีข้างหน้า พบว่าเฟดมีแนวโน้มปรับดอกเบี้ยมากกว่าที่เคยพูดไว้ โดยปรับขึ้นปีนี้ 3 ครั้ง ปีหน้า 3 ครั้ง และปีถัดไปอีก 2 ครั้ง รวม 8 ครั้ง จากเดิมบอกว่าจะปรับขึ้น 7 ครั้ง

สำหรับผลกระทบต่อค่าเงินบาท

สแตนชาร์ดมองค่าเงินบาทในช่วงกลางปีนี้อยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์และปลายปีอยู่ที่ 29 บาทต่อดอลลาร์

Thai Baht

ส่วนทางด้านนางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า ในเดือน ก.พ.61 ไทยมีมูลค่าการส่งออก 20,365.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.26% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12

 

เมื่อ คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 643,705.8 ล้านบาท ลดลง 0.56% ลดลง ครั้งแรกในรอบ 12 เดือน นับจากเดือน ก.พ.60 ที่ลดลง 5.28% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,557.6 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 16.0% เมื่อ คิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 626,231.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.69% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 807.6 ล้านเหรียญฯ หรือ 17,474.5 ล้านบาท

export การส่งออก

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งเริ่ม ทำให้รายได้ของผู้ส่งออกในรูปเงินบาทลดลงแล้ว โดยเดือน ก.พ.61 ลดลง 0.56% ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนว ทางแก้ไขปัญหา หากยังปล่อยให้แข็งค่าไปเรื่อยๆ จะทำให้รายได้ของผู้ส่งออกลดลงไปเรื่อยๆ” นางสาวพิมพ์ชนกกล่าว

 

Source – ไทยโพสต์ และ กรุงเทพธุรกิจ March 23, 2018