เฟดมองว่า เหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้

นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกแสดงความพอใจต่อสภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯและต่างประเทศ จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้ 3-4ครั้งปีนี้

us 10-year bond yield
us 10-year bond yield

ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ โดยหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,300 เหรียญลงมา ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่

-Empire State Manufacturing Index ออกมาดีขึ้นกว่าที่คาดแตะระดับ 20.1จุด

-อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 ปี ที่ 3.095%

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นมาที่ 2% เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014

-ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นอีกครั้งจากระดับ 92.4 จุด เช้านี้อยู่ที่ระดับ 93.25 จุด และค่าเงินบาทอ่อนค่าทะลุ 32.00 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง โดยอ่อนค่ามาถึง32.13 บาท/ดอลลาร์

Global Bond Yields
Global Bond Yields

ขอบคุณข้อมูลจาก Local Press Release (Th/Eng) และ Bloomberg– May 16, 2018

ดอลลาร์ดีดตัว เมื่อเฟดเริ่มสื่อว่าจะ “ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย”

ความเห็นของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในช่วงที่ผ่านมา ค่อยข้างน่าสนใจ และดูจะประคองเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตต่อได้อีก เมื่อ นายแคปแลน สาขาดัลลัส ออกมาบอกว่า เขาเองมองว่าน่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และ 3 ครั้งในปีหน้า โดยอยู่ในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากไม่ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดอลลาร์

ในขณะที่ นายคาสคารี่ ประธาน Fed สาขามินนาโพลิสได้กล่าวว่าในเวลานี้ยังไม่เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย และให้ติดตามอัตราเงิเฟ้อเป็นหลัก

 

อ้างอิงข้อมูลจาก เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ – April 17, 2018

ทำไมเฟดถึงเคร่งครัดกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ !!

ยิ่งใกล้วาระการตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed หรือ FOMC ที่จะมีการประชุมในระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคมนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ค่าเงินก็ยิ่งผันผวนโดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์

เนื่องจาก ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ แข็งแกร่ง แต่ตัวเลขค่าจ้างงานรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้นเพียง 0.15% จากที่ก่อนหน้านี้คาดการณ์ไว้ที่ 0.2%

 

สำหรับสาเหตุที่เฟดควรปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ ด้านนายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตัน มองว่าการปรับลดภาษี และการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐต่อไป

Fed Funds Rates และ Inflation
Fed Funds Rates และ Inflation

หากมองที่ภาพด้านบนนี้

เส้นสีฟ้า คือ Fed Funds Rates

เส้นสีขาว คือ U.S. Inflation ที่วัดจากค่า CPI (ดัชนีราคาผู้บริโค)

ก็จะเห็นได้ว่า เงินเฟ้อได้แซงหน้า อัตราดอกเบี้ยไปแล้ว … หลายคนาจจะเกิดคำถามว่า เฟด ดู PCE หรือดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Personal Consumption Expenditures) มากกว่า ไม่ใช่หรอ ? เมื่อลองค้นขอมูลดู ก็พบว่า ไม่ว่าจะดู CPI หรือ PCE ทั้งคู่ก็ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน

เฟด PCE เงินเฟ้อ

และถ้ามองให้ลึกลงไป จะเห็นตัว PCE ฟื้นตัวมากในกลุ่ม Service

เฟด PCE เงินเฟ้อ Service

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐฯเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินส่วนใหญ่ จากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้ามาตรการกีดกันการค้าต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศคู่ค้าขนาดใหญ่หลายประเทศก็เตรียมมาตรการตอบโต้สหรัฐฯเช่นกัน ซึ่งทำให้มีแนวโน้มสูงที่สหรัฐฯจะขาดดุลการค้ามากขึ้น

 

สำหรับการประชุมรอบนี้นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 มีนาคมนี้ และมีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปีนี้ แต่ความกังวลว่าดอลลาร์สหรัฐฯจะอ่อนค่าต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯลดลง

 

นี่ยังไม่ได้คำนึงถึงประเด็นหนี้ของสหรัฐเอง ที่เป็นระเบิดเวลา รอคอยการปะทุขึ้น ไว้บทความหน้า แอดมินจะขุดข้อมูลมาให้ดู ว่าสหรัฐ สร้างหนี้ไว้กับใครอย่างไร ถ้าเศรษฐกิจเมกาพัง ใครจะล้มตามเป็นโดมิโน่

The U.S. Debt

แล้วเจอกันในเพจเร็ว ๆ นี้

 

แหล่งอ้างอิง ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย และ Yardeni Research, Inc.

เมื่อจุดยืนของเฟดเปลี่ยน จาก “ค่อยเป็นค่อยไป” เป็น“แข็งกร้าว” มากขึ้น

วาระของป้าเยลเลน ผ่านไป วาระของประธานเฟดคนใหม่ก็จะเข้ามาแทน ศึกสายเหยี่ยวและสาบพิราบ จึงเกิดขึ้น

 

ฝั่งสายพิราบ หรือสายที่สนันสนุนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Dovish) คือ พวกที่เป็นเสียงข้างมากในปี 2017 กลุ่มนี้เน้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่อยากให้ขึ้นดอกเบี้ยไวนัก

 

แต่อีกฝั่ง สายเหยี่ยวหรือกลุ่มที่สนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน (Hawkish) คือ อยากให้ขึ้นดอกเบี้ย เป็นกลุ่มที่ Aggressive นิด ๆ ก็เริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจมากขึ้น

 

ปกติแล้วคณะกรรมการเฟด มีสิทธิลงคะแนนไม่เกิน 12 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

Board Governors ของ Fed
Board Governors ของ Fed

ส่วนที่ 1  คือ คณะผู้ว่าการเฟด (Board Governors) ของ Fed

มีจำนวน 7 คน โดยรายชื่อ Board Governors ในปัจจุบัน ได้แก่

Mr. Jerome Powell ประธานเฟด,

Lael Brainard, Randal Quarles และ

Marvin Goodfriend ผู้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอให้เป็นกรรมการเฟดคนใหม่และอยู่ในกระบวนการของการรับรองอย่างเป็นทางการ  ขณะที่ตำแหน่งผู้ว่าการเฟดอีก 3 ตำแหน่งยังคงว่างและประธานาธิบดีทรัมป์สามารถแต่งตั้งกรรมการเฟดคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่

Mr. Jerome Powell ประธานเฟด
Mr. Jerome Powell ประธานเฟด

ส่วนที่  2  คือ ประธาน Fed สาขาต่างๆ จำนวน 5 คนซึ่งสลับสับเปลี่ยนกันไปตามกลุ่ม โดยมีประธานเฟด สาขา New York เป็นผู้ได้รับสิทธิถาวรในการโหวต ส่วนอีก 4 คนจะมาจาก ประธาน Fed สาขาต่างๆ ซึ่งแบ่งเป็น 4 กลุ่ม หมุนเวียนกันไป ดังนี้

กลุ่มที่ 1 New York ได้รับสิทธิในการโหวตทุกปี ได้แก่ William Dudley

กลุ่มที่ 2 Chicago/Cleveland ปีนี้ได้แก่ Loretta Mester ประธานเฟดสาขา Cleveland

กลุ่มที่ 3 Philadelphia/Richmond/Boston ปีนี้ได้แก่  Thomas Barkin ประธานเฟดสาขา Richmond

กลุ่มที่ 4  Dallas/Atlanta/St. Louis ปีนี้ได้แก่ Raphael Bostic ประธานเฟดสาขา Atlanta

กลุ่มที่ 5 Minneapolis/San Francisco/Kansas City ปีนี้ได้แก่ John Williams ประธานเฟดสาขา San Francisco

 

แต่ถ้าให้วิเคราะห์แล้ว คนที่น่าติดตามมากที่สุดในที่นี้ รองจากประธานเฟดคนปัจจุบัน คือ คุณ William Dudley ประธานเฟด สาขานิวยอร์ค เพราะว่าเขาสนิทกับทั้ง Ben Bernanke และ Janet Yellen และเขามักจะเป็นคนที่ให้มุมมองอะไรบางอย่างก่อนการประชุมอยู่บ่อย ๆ

 

William Dudley ประธานเฟด สาขานิวยอร์ค
William Dudley ประธานเฟด สาขานิวยอร์ค

อะไร คือ สัญญาณที่บอกว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ??

  • การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ
  • การใช้นโยบายการคลังของทรัมป์ ที่นำอเมริกาเข้าสู่ ภาวะหนี้ครั้งใหญ่ ทั้งการอัดฉีดงบ และการลดภาษี

หากนโยบายการเงินก็อัดฉีด แล้วนโยบายการคลังก็อัดฉีด เกรงว่าเศรษฐกิจสหรัฐ จะเจอภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเกินเป้าหมายที่เฟดวางไว้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว มันไม่ดีแน่ ๆ โดยเฉพาะถ้าเงินเฟ้อโตเร็ว จนแซงการเติบโตของอัตราค่าจ้าง ฉะนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ถือว่าไม่ผิดคาดนัก ถ้าเฟด จะขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดความร้อนแรงของเงินเฟ้อ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ตารางการประชุมเฟด 2018
ตารางการประชุมเฟด 2018

ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2561และถ้าปรับขึ้นจริง อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐก็จะสูงกว่าไทย (ณ ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายเท่ากันที่ 1.50%) และนั่นจะทำให้ค่าเงินบาทของไทยผันผวนขึ้น คือ เงินบาทอาจจะอ่อนค่าลง แล้วเงินอาจจะไหลกลับเข้าไปที่สหรัฐต่อ

 

เครดิตข้อมูลโครงสร้างเฟดจากคอลัมน์จากครบเครื่องเรื่องทองกับ YLG: จุดยืนเฟดอาจเปลี่ยนไปหลังเปลี่ยนโฉมกรรมการผู้มีสิทธิโหวต –  ฐานเศรษฐกิจ (Th)